More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ชีวิตกู กูกำหนดเองProfileFriendsBlogMore Tools Explore the Spaces community

Blog

9/7/2008

ก่อนร้านปิด

 

www.yuizaacool.spaces.live.com

 
 
ห่างหายกันไปเสียนานเลย กับ กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ และเมากันเป็นหมู่คณะ
จริงๆก็มีไปกินบ้างประปราย เรียกว่า เมาแบบ ยุทธวิธีเมากระจาย
กระจายไปเมากับคนนู้นที คนนี้ที ดังสุภาษิตที่ว่า ที่ใดมีเหล้า ที่นั่นมียุ้ย (55 อันนี้เวอร์ไป)
แต่เห็นอย่างนี้ก็เหอะ ถึงผมจะไม่ใช่ แชมป์ว่าว แต่ก็เป็นบุคคลตัวอย่าง
ในเรื่องของความพอเพียง คือ มี(ตังค์)แค่ไหน ออกแค่นั้นน :P
 

เมื่อคืนนี้ ก็เป็นการเมาโดยไม่ได้นัดหมาย
เป็นการชุมนุมใหญ่ที่มีไอ้กี้ เป็นหัวหน้าแกนนำ ไปกันอย่างเนืองแน่น
รวมแล้วทั้งสิ้น 3 ชีวิต ประกอบด้วย เน กี้ ยุ้ย
(ใจรักจริงๆ 3 คนก็ยังไปกัน)
 
เมื่อรวมตัวกันได้แล้ว เราก็ดำเนินแผน ยุทธวิธีเมากระจาย กันในขั้นต่อไป
จุดหมายปลายทางที่เราจะไปเรียกร้องให้ขายเหล้า กับ บุกยึดพื้นที่ในการรั่วครั้งนี้
เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่มีคนมาชุมนุมทั้งไทย และเทศมากมาย ไม่บอกก็คงรู้ว่า คือ
 
 
ถนนข้าวสาร
 
 
ไม่ว่าสถานการณ์บ้างเมืองตอนนี้จะแย่แค่ไหน หลายจุดในกรุงเทพจะมีการชุมนุมประท้วงกันกี่แห่ง
แต่ที่ข้าวสารก็ยังมีพี่น้องประชาชน มาชุมนุมเรียกร้อง ความเมากันอย่างปกติ
 
 
พวกเรา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยไม่เอามิกซ์เซอร์
เมื่อมาถึงที่หมายปลายทาง ก็ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง เดินขบวนกันไปบุกยึด ร้าน ก๊วยเตี๋ยวไก่ (มาถึงก็หิวเลย)
เพื่อเรียกร้องให้คนขายส่ง ก๋วยเตี๋ยวไก่ มา 2 ชาม กับ ข้าวราดแกง อีก 1 จาน
 
 

ภารกิจแรก
ของกลุ่มเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
พร้อมประกาศชัยชนะกับความหิวเป็นผลสำเร็จ ทุกคนอิ่มหมีพีมันกันถ้วนทั่ว
แต่มันยังไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้าย พวกเรายังต้องมีภารกิจที่ต้องทำกันต่อ
 
ที่ต้องประชุมหารือกันอย่างเร่งด่วน ก็คือ การพิจารณาว่าจะเข้าร้านไหนดี
ไอ้ที่กระผมรู้จัก ที่เคยเมาไป บ่นไป ที่ข้าวสาร ก็มีไม่กี่ร้าน
ที่ไปชุมนุมกันบ่อยๆ ก็มีร้าน มอลลี่

แต่ร้านนี้ พี่น้องเน ไม่ปลื้ม บอกว่าเล่นแต่ เพลงเก่า เพลงช้า
เก่าที่ไหน ก็แค่เล่น ใจนักเลง ของพงษ์พัฒน์ กับ คนขี้เหงา ของนีโน่ เท่านั้นเอง
สุดท้ายได้ข้อยุติอย่างเป็นเอกฉันท์จากที่ประชุม ด้วยเกรงฝนจะตกซะก่อน
ก็ตกลงปลงใจเข้า ร้านซูซี่  (ร้านอยู่ใกล้ๆกัน)
 
 
 
ภายในร้าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ ดูออกแนวคันทรี
ผนังด้านนึงมีตู้โชว์ที่เรียงรายด้วย ปืนโบราณ ปืนลูกซองเก่าๆและกล้องถ่ายรูปโบราณ
คนไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ในวัยทำงาน ที่มานั่งดื่มไป คุยกันไป
บนเวทีเล็กๆด้านหน้า ที่เมื่อก่อน ที่ผมเคยมา จำได้ว่าเป็นที่ตั้งของโต๊ะพู
นักร้องหนุ่ม ผมทรงเร้กเก้ เด๊ดร้อก กำลังร้องเพลง
แนวประมาณทีโบน เพลงช้า แล้วก็เก่ากว่า มอลลี่ ซะอีก 55(หนีเสือปะจระเข้จริงๆ)

มันขัดกับเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของเพื่อนสาวอีก 2 คน ที่อยากมาดิ้น
หรือมันส์กับเพลงแนว บอดีแสลม หรือ บิ๊กแอส ก็ได้
ผมได้แต่แก้ต่างไปว่า แรกๆเขาก็ต้องเล่นเพลงช้าๆชิลๆกันก่อน เดี๋ยววงต่อไปคงเล่นมันส์กว่านี้
 
จบจาก ไอ้หนุ่มเรกเก้ ก็เป็นเปิดเพลง หนักไปทางเพลงฝรั่ง
มีฮิฟฮอฟสลับบ้างประปราย สถานการณ์โดยรวมในร้านก็ยังเรียบร้อยอยู่
 
 
ซักพักใหญ่ๆ วงต่อไปก็มา
แต่ก็ยังคงเหนียวแน่นในจุดยืน คือ เล่นเพลงช้าๆ ชิลๆ

 
เริ่มดึกขึ้น ถึงช่วงนี้ จังหวะเพลง ก็เริ่มเร็วขึ้น พี่น้องประชาชน ที่ไม่รู้จะเข้าร้านไหนดี
ก็เริ่มทยอยเข้ามาชุมนุม กันหนาแน่นขึ้น บรรยากาศเริ่มดูคึกคักกว่าตอนแรก
หลายโต๊ะก็เริ่มลุกขึ้นมา ขยับแข้งขยับขา ตามจังหวะกันบ้างแล้ว
พี่น้องกี้ เริ่มออกสเตป เทอจะเป็นคนที่ไม่ว่าจะ เมาหรือไม่เมา
ก็สามารถเต้นให้ดูเหมือนคนเมาได้ เรียกว่า รั่วโดยกำเนิด
 
 
 
และขณะที่พวกเรากำลังเต้นรั่วๆไม่กลัวฟ้าดินกันอยู่นั้น

ก็ปรากฎหญิงไทย 2 นาง เอาเบียร์มาขอวางที่โต๊ะด้วย
ไม่พูดพร่ำทำเพลง หนึ่งในสองคนในนั้น ก็ออกสเตปทันที
ขอบอกว่า เต้นได้รั่วกว่าไอ้กี้เสียอีก
จากการสืบประวัติในเชิงลึก ทำให้ทราบว่า ทั้ง2 เป็นพี่น้องกัน
คนพี่ที่เต้นรั่วๆ อายุอานามปาไป 43 ส่วนคนน้องเรียบร้อยหน่อย เข้าทำนองเพลง 30 ยังแจ๋ว
โอ้ แม่เจ้า ไม่รู้ว่าโม้หรือป่าว แต่ยอมรับว่า ป้ารั่วได้ใจผมจริงๆ
(รั่วอย่างเดียวไม่พอ มือหนักด้วย)
 
 
 
มีเพลงนึง ที่ผมนั่งลุ้น ว่าจะเล่นหรือป่าว
แล้วก็ไม่พลาด แม่งเล่นจริงๆ
 
เมื่อเมื่อเทอเลือกอยู่กับเขา ตัวฉันคุกเข่าสั่นไหว
ใจฉันเองจึงปวดร้าวเจียนตาย ปล่อยเทอไป..ตามใจเทอต้องการ
 
ใจนักเลง เหมือนเป็นเพลงบังคับ
เหมือนเป็นเพลงหากิน ไม่ว่าจะเข้าร้านไหน เห็นต้องเล่น
 

ผับเลิกแล้ว พี่สาวทั้ง2 ยังเมาได้อยู่ ไปต่อที่ ชินเนมอน
ส่วนพวกเรา 3 คนเหลือภารกิจสุดท้าย คือ
ไปบุกยึดร้านสุกี้เป็นสถานที่สุดท้าย โดยเป็นสุกี้ 2 โจ๊ก 1
 

อิ่มกันโดยสวัสดิภาพก่อนจะเดินทางกลับ
 
 
8/26/2008

งานเข้าครับพี่น้อง

 
ปกติสเปซนี้ก็ใกล้ร้างมิร้างแหล่
จะเหลือเหนียวแน่นหนึบ ตามเม้น ตามเช็ดอยู่ไม่กี่คน
วันนี้เพลียๆหลับเร็ว ตั้งแต่ 4 ทุ่มกว่าๆ
ตื่นมาอีกที ประมาณตี 1 ตามเวลาประเทศไทย
 
เปิดคอม แวะเข้า m แวะเช็คเมล์ แวะเข้าสเปซ
ปรากฎว่า เข้าสเปซมา ก็พบคอมเม้นไม่ปรากฎสัญชาติ
มีใจความที่อ่านแล้วไม่เข้าใจว่า จะพิมให้เสียพลังงานทำไม
 
 
wow gold lotro gold wow gold World of Warcraft
wow gold lotro gold wow gold World of Warcraft...
 
 
( อะไรของแม่ง Warcraft กูก็ไม่เคยเล่น )
 
มันพิมคำซ้ำๆ วนไปวนมาประมาณ 4-5 บรรทัด
ตอนแรก ตกใจ นึกว่าโดนทุกบลอคเลย
ไล่ลบทีละอัน โดนไปประมาณ 10 กว่าบลอคได้
แสดดดด บลอคกูไปทำอะไรให้มึงครับเนี้ย
โกรธแค้นอะไรกันมาแต่ชาติปางไหน
ถึงได้มาทำกัน แบบ กระเหี้ยนกระหือรือ เช่นนี้
 
 ..
ขอบคุณจริงๆ(ประชด) ที่ทำให้กูมีอะไรทำก่อนนอน
อย่างน้อยก็ทำให้มีเรื่องมาอัพสเปซจนได้
ไม่รู้ว่าเป็น ไทย จีน ฝรั่ง มังคุด หรือ มนุษย์ต่างดาว
 
แต่อยากจะกล่าวขอบคุณอย่างสุดซึ้งมา ณ โอกาสนี้
เป็นภาษาปะกิดว่า
 
 
"FUCK YOU !!"
 
 
 

ปล. แม่งจะโดนอีกไหมเนี้ย ขี้เกียจมาตามลบ

8/18/2008

ตำรวจไทย ...ไร ไชโย

 
 
ถ้าให้กูนึกถึงอะไร เวลานึกถึงตำรวจ
ที่แม่งน่าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน
ในหัวกูคงจะมีแต่ ตอนที่ทำผิดกฎจราจรไม่ว่าจะผิดมากผิดน้อยก็เหอะ
กูอาจจะต้องเสียเงินอย่างน้อยร้อยนึง เพื่อแลกกับค่าเสียเวลา
 
 
คืนนี้ก็เช่นกัน สดๆร้อนๆเนี้ยเลยสาด

น้องชายกู ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเตะบอลกับเพื่อนตอนกลางคืน
ปกติในซอยเล็กซอยน้อยแถวบ้าน ไม่ใส่หมวกก็ไม่มีแมวที่ไหนแม่งมาจับ
แต่คืนนี้ดันไปเล่นนอกพื้นที่ประจำ ไปเจอด่านเข้า
ในซอยเล็กๆเนี้ยแหละ ตั้งมันหน้าโรงพักเลยครับบ
 
ก็โดนเรียกสิครับท่าน ข้อหาไม่ใส่หมวกกันน๊อค
คุณตำรวจท่านก็ดี เห็นเป็นเด็กก็ไม่คิดจะเอาตังค์
แค่ขอ กระทิงแดง 20 ขวด แก้ง่วง จะได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันต่อไป

ระหว่างนั้น เด็กสาว 2คน ขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ใส่หมวกกันน๊อคเช่นเดียวกันผ่านมา
 

ก็เรียกให้หยุด..
 
 
แล้วซักพักก็ปล่อยผ่านไป....
 
อืมมมมม พวกน้องกูยืนอึ้งไป.....
 
 
 
เดือดร้อนพี่ชายอย่างกูกำลังจะนอน ต้องเอาค่ากระทิงแดง 20 ขวด
มาให้ท่านผู้รักษาสันติราษฎร์ที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
เท่าที่เห็นแม่งก็เรียกแต่มอเตอร์ไซค์ที่เป็นวัยรุ่นซะส่วนใหญ่
 
เสีย 200 มันก็ไม่เท่าไหร่หรอกว่ะ
ถ้าโตๆอย่างกูดันทำผิดกฏจราจร ฝ่าไฟแดงไฟเขียวห่าเหวอะไรก็เถอะ
กูจะไม่รู้สึกเหี้ยอะไรเลย แต่นี่มันแค่เด็กจะไปเตะบอล
 
แม่งคงไม่พกตังค์ไปที 400-500 หรอก
อย่างมากก็แค่น้ำ 40-50 บาท
แล้วส่วนใหญ่ก็อยู่มัธยม หัวเกรียนๆอยู่เลย ยังจะเอาอีกหรอ - -*
ถึงขนาดตังค์ไม่มี แล้วบอกให้ไปตามคนอื่นมาจ่ายให้เนี้ย
 
 
แม่งสุดยอดว่ะ !!
 
นับถือในความเอาจริงเอาจังของท่านจริงๆ
 
 
ไม่ได้เหมารวมว่า ตำรวจส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้
เพราะญาติที่เป็นตำรวจก็มี เขาก็เป็นคนดี
 
แต่ไอ้ที่เจอส่วนใหญ่ มันก็แบบนี้จริงๆ
 
7/24/2008

8 อาชีพที่สาวๆ ควรแต่งงานด้วย(หรือไม่)

 

 
 
1. นักปีนเขา
เพราะความใฝ่ฝันของนักปีนเขา คือ จุดสุดยอด และเขามักไม่ไปคนเดียว

2. นักยิมนาสติก
ทุกท่าของเขาล้วนมีคะแนน เสมอ เขาอาจจบด้วยท่าตีลังกาหลังเหยียดตรงสองรอบ
แถมเกลียวอีกครึ่งรอบให้คุณหวาดเสียวเล่น และถ้าคุณเจอนักยิมนาสติกลีลาล่ะก็ ว๊าว...ว....ว.

3. นักกอล์ฟ
เขา สามารถตีได้ถึง 18 หลุม ในวันเดียว

4. นักฟุตบอล
คุณ จะเลิกกังวลเรื่องเขาจะยิงเข้าทางประตูหลังไปได้เลย

5. นักเต้นรำ
เขาจะถามคุณก่อนเสมอว่า "ชอบจังหวะไหนครับ"
ถ้าคุณชอบ แทงโก้ก็บอกได้ หรือจะเอานุ่มนวลแบบ วอลซ์ ก็ไม่เลว

6. นักรักบี้
ลีลาการปล้ำของเขาสะใจอย่าบอกใคร

7. นักว่ายน้ำ
มีให้เลือกหลายท่า ทั้งท่ากบ ท่าฟรีสไตล์ กรรเชียง หรือผีเสื้อ

8. หมอ ฟัน
เพราะหมอฟัน มักจะถามคุณด้วยความห่วงใย เสมอว่า "เสียวไหมครับ"?????


*****BUT*****


1. นักปีนเขา : ยอดไหนที่พิชิตแล้ว มักจะไป หายอดเขาอื่นพิชิตต่อไป

2. นักยิมนาสติก : มีดีที่ลีลา แต่ส่วนใหญ่ตัวเตี้ย ( สั้น)

3. นักกอล์ฟ : แต่ละหลุมที่ตี มักจะ ตีตั้งนาน (over par) ไม่ลงหลุมซะ ที
(ไม่มีใครเป็น วีเจซิง ซะทุกคนหรอกนะ)

4. นักฟุตบอล : คงต้องเลือกแต่ศูนย์หน้า กระมัง นอกนั้นยิงไม่เข้า หรือไม่ได้ยิงซักลูก

5. นักเต้นรำ : เพลงนึงแค่ 3-4 นาทีเองนะ จบซะแล้ว พอใจเหรอ ?

6. นักรักบี้ : หากชอบความซาดิสต์นะ

7. นักว่ายน้ำ : จริงๆ มีแค่ 4 ท่าเท่านั้น เยอะตรงไหน ?

8. หมอฟัน : แต่เมื่อถอนฟันแล้ว ก็จะทิ้งฟัน (ฟันแล้ว ทิ้ง)
 
 
ที่มาจาก ฟอเวิร์ด แมววว (เมี๊ยววววววว)
 
 
ปล. หะๆ หายไปนานมากๆ ไม่มีอะไรจะอัพจริงๆ ให้กลิ้งตาย
พอดีเสริจหาร้านทำฟัน ดันเจอไอ้นี่เข้าเลยเอามาอัพแก้ขัด - -"
ไม่รู้เคยอ่านกันหรือยังนะ ถ้ายังไม่เคยก็ลองอ่านดู ขำๆ
แค่นี้แระครับ ไว้มีกระจิตกระใจอยากอัพค่อยพบกันใหม่ ^^
 
5/10/2008

ฉลองสเปซครบรอบ 2 ปี

 
 
 
 
2 พ.ค. เป็นวันครบรอบที่อัพสเปซ ปีนี้เป็นปีที่ 2
ลืมยาวเลยสำหรับปีนี้ ถ้าสเปซแมร่งเป็นคนคงงอนตุ๊บป่องไปล่ะ
แล้วถ้ามันร้องเพลงประชดประชันได้ มันคงจะร้องว่า
 
 
" ดู ดู๊ ดู ดูเทอทำ ทำไมถึงลืมวันเกิดกูด้ายยยยย "
 
 
บางคนอาจจะสงสัยว่า มึงจะไปใส่ใจอะไรกับสเปซที่โลกลืม
ก็ช่าย เดี๋ยวนี้ เหี้ยอะไรก็  ไฮไฟล์ ไฮห้า ฮิไฟล์ ฮิฮิ้ววววววววว(ไม่ใช่แระ - -*)
จะเรียกอะไรก็ช่างเหอะ สำหรับที่นี่ยังไงกูก็อัพต่อไป
 
 
เพราะมันคือ จุดเริ่มต้น
ที่ทำให้คนขี้เกียจ เรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ
ได้เริ่มหัดโปรแกรมกราฟฟิคอย่างจริงจังมากขึ้น
 
 
กูอาจจะเดินช้ากว่าคนอื่นหลายก้าว
อาจเพราะไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี กลัวที่จะก้าวเดิน
แต่โชคดีที่ทุกครั้งที่หลงทาง
ยังมีเพื่อนคอยฉุด คอยดึง กระชาก ลาก ถีบ ให้เดินต่อไป
 
 
จนวันนี้จาก จุดเริ่มต้น ก็ได้ทำในสิ่งที่ชอบ
น่าจะประมาณ 1 ปีแล้ว ที่ทำงานกับป้อและเน
เป็นฟรีแลนซ์เล็กๆ อาจจะไม่ดูดีเท่ากับงานออฟฟิศ
เป็น 1 ปีที่รู้สึกผ่านไปเร็ว แต่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมายย
เป็น 1 ปีที่ได้อะไรหลายอย่างมากกว่าตัวเงิน
 
 
ใครว่าการเป็นฟรีแลนซ์สบาย ทำงานอิสระ ไม่เลย
มันยากตั้งแต่หาลูกค้าแล้วล่ะ
ไหนจะต้องเจอลูกค้าหลากหลายประเภท
ที่อาจจะแย่สำหรับเพื่อน ก็คือ คนออกแบบเป็นกู
ที่ไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวกับด้านออกแบบมาเลย หัดเอาเองล้วนๆ
อาศัยหน้าไม่ให้ แต่ใจรัก
 

แต่ใจรัก ก็ไม่ช่วยให้ออกแบบสวย ถ้าไม่พยายาม
กูดูเว็ปเป็นร้อยๆ ดูงานกราฟฟิคเป็นร้อยๆคน ซื้อหนังสือทฤษฎีการออกแบบมาอ่าน
แม้งานที่ออกแบบมาจะเห่ยมั้ง ห่วยบ้าง อาจจะไม่ได้ดีเด่อะไร
แต่เชื่อเหอะว่า กูตั้งใจและพยายามแล้ว และมันก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น
 
 
วันนี้หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นงานที่ไม่มั่นคง ไร้อนาคต
แต่สำหรับกู กูคิดว่าเดินทางถูกทางแล้วล่ะ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำเสียที
ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือ ก้าวต่อไป ที่ต้องก้าวไปอย่างมั่นคง
ก็คงต้องพยายามกันต่อไป....
 
 
 
 
ขอบคุณสเปซสำหรับ จุดเริ่มต้น
(สัญญาว่าปีหน้าจะไม่ลืม ไม่ลืม ม่ายลืมมม~~)
 
ขอบคุณเพื่อนๆหลายคน ที่คอยช่วยและให้โอกาส
(ปกติไม่ค่อยพูดขอบคุณใคร ก็มันเขินนี่นะ ^^")
 
ขอบคุณสำหรับคำดูถูกทั้งทางตรงและทางอ้อมจากใครหลายคน

ขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาอ่านด้วยครับบบ ^^
 
 
และที่ขาดเสียมิได้
ขอบคุณผู้สนับสนุนเกือบเป็นทางการของสเปซเรา...
 
 
วีต้า เบอร์รั่ว
ดื่มแล้ว ไปตายยยยยยซะ............... ไป๊
 
ยามาเหี้ย รุ่นเบาแล้วดับ
รองรับมาตราฐาน น้ำมันลิตรละ 30 บาท
(แสดดด จะแพงกว่าแดกข้าวแล้วนะเนี้ย)
 

 
4/10/2008

เขาเต่ารำลึก ภาคจบ

 

**ภาพถ่ายสวยๆ ในทริปนี้โดย กระแต

 
 
เวลาประมาณ 6 โมงเช้า พวกเราอยู่ที่หน้าบ้านพักสีฟ้า
แต่ยังไม่เจอป้าประไพ โทรไปป้าก็ไม่รับ
ถามไถ่จากคนที่ร้านขายของได้ความว่า ป้าแกจะตื่นก็ 7 โมงเช้าโน่น
ทุกคนเพลียอยากนอน ผมเองก็ง่วง แต่ก็ต้องรอ
 
 
ผมเดินเข้าไปฉี่ในบ้านพัก บ้านพักสีฟ้ามีหลายหลัง
อยู่ในละแวกใกล้ๆกัน ส่วนที่ผมเข้าไปเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุด
 
 
ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่จากเมื่อครั้งเคยมา
ต้นมะขามต้นใหญ่ก็ยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
แผ่กิ่งก้านสาขาบังแดดบังฝนให้กับคนที่ผ่านมาได้เสมอ
บ้านไม้2ชั้นหลังเก่าห่างไปไม่ไกลนัก เมื่อครั้งสมัยรับน้อง
มีเสียงเล่าลือกันว่ามีเสาตกน้ำมัน และ มีรุ่นน้องบางคนเห็นอะไรแปลกๆ
 
 
รถเคลื่อนมาจอดบนถนนริมหาด อากาศยามเช้ากำลังดี
พวกเราลงมาเดินเล่นฆ่าเวลา เสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดปะทะใบหน้า
มันทำให้รู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก
ส่วนไอ้จัมป์ก็ตั้งหน้าตั้งตาหลับไม่ลดละอยู่ท้ายรถ
จนมาถูกขัดจังหวะการนอน จากสุนัขเจ้าถิ่น 2 ตัว
ที่ตั้งหน้าตั้งตาเห่าอย่างไม่ลดล่ะ จนมันต้องตื่น
 
 
แวะกินข้าว และขนย้ายข้าวของเข้าที่พักเรียบร้อยดีแล้ว
ก็มีคนปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า เย็นนี้เราน่าทำอาหารทะเลกินกัน
แล้วถ้าจะได้ของสดใหม่จริงๆ ก็ต้องไปซื้อกันแต่เช้า
พวกเราเลยขับรถไปซื้อกันที่เขาตะเกียบ ผ่านที่พักที่เคยไปเมื่อปีที่แล้ว
 
 
ที่นี่เป็นตลาดสดที่ชาวเลจะเอาของมาขึ้นและวางขาย
สดจริงๆ เพราะยังดิ้นกระแด๋วๆ อยู่เลย
ซื้อของเสร็จสรรพก็จรลีกลับมายังที่พัก
 
 
ซึ่งแม่ครัวกิตติมาศักดิ์ประจำทริปนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือ
น้องกุ้งที่แนะนำกันไปเมื่อ Entry ที่แล้ว
ที่ทั้งจ่ายตลาด ขับรถ แล้วก็เตรียมอาหารให้พวกเรา
น่ารักอย่างเดียวไม่พอต้องถึกด้วย ไม่เหนื่อยไม่ง่วงเลย - -*
หน้าที่ของเทอ คือ การสังหารหมู่ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ซื้อมา
เทอสับ เทอเฉือน เทอเฉาะ เทอกระชาก เทอชำแหละ (โหดเน๊อะ)
ส่วนผมมีหน้าที่เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟท่า และช่วยล้างนู่นล้างนี่
เทอเตรียมของเสร็จแล้ว ก็จรลีไปนอนพัก
 
 
เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับชายฉกรรจ์ทั้งหลายเริ่มตื่นจากหลับไหล
นำทีมโดย สิงห์จัมป์ หัวหน้าชมรม เมาแล้วหลับ(แถมโดนหมาเห่าด้วย)
เริ่มต้นเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ และเมากันเป็นหมู่คณะ ณ บัดนี้
เรียกสั้นๆ ก็คือ กินเหล้านั่นเอง ขาดสีสันไปนิดก็ตรงไม่มีวิทยุ หรือกีตาร์
ไม่งั้นจะมีกิจกรรมร้องเพลงประสานเสียงให้หนวกหูมวลประชายิ่งกว่านี้
กิจกรรมของเราดำเนินไปด้วยดี ท่ามกลางอากาศอบอ้าวมีลมพัดผ่านประปราย
ต้มปลากระป๋องสูตรตำรับเมาชวนชิม โดยพ่อครัวจัมป์ ถนัดสี(สาว)
ยกมาให้พวกเราชิมไป บ่นไป
 
 
แดดร่มลมตกแล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องย้ายก้น
ไปสัมผัสกับสายลม แสงแดด และความสดชื่นของทะเล
เดี๋ยวจะถูกหาว่ามาทะเลยังไง ตัวไม่เปียกน้ำ คอเปียกอย่างเดียว - -*
 

ทะเลวันนี้มีคลื่นลมแรง และน้ำขึ้นสูง เด็กเล็กควรงดออกจากฝั่ง
และต้องได้รับการดูแลจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด
ส่วนบางคู่ไม่ขอเอ่ยชื่อละกันว่า คือ ป้อกับเป้ ที่แอบทำทะเลหวาน
มีว่ายน้ำไล่กันกระนุ๋งกระหนิง เห็นแล้ว ฮึ่ย!!
เอาแมงกระพรุนปาซะเลยดีไม๊เนี้ย เห็นแล้วอิจฉา
เล่นน้ำกันพอหอมปากหอมคอ ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ
ตอนเล่นก็สนุกหรอกนะ แต่ตอนอาบน้ำเนี้ยสิ
เม็ดบีดส์เต็มตูดกันเลยทีเดียวววว...
 
 
อาบน้ำอาบท่ากันเสร็จ ทุกคนก็เตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำนี้ ที่หน้าบ้านพัก
ส่วนผมอาสา สาธิตการจุดเตาขั้นเทพของ รด ปี5 ที่ได้ร่ำเรียนมา
ด้วยเทคนิคขั้นสุดยอด ด้วยการเอาถ่านไปย่างบนเตาแก๊ซ - -*
(ขั้นเทพตรงไหนวะ เด็กป.4 ก็ทำได้)
แหะๆ อย่าให้ผมจุดเองเลย มีไม่ต่ำกว่าชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
 
 
สมาชิกทุกคนพร้อม(และหิว) เตาบาบิคิวพร้อม กุ้งหอยปูปลาที่ถูกสังหารหมู่พร้อม
เหล้าโซดาพร้อม(มาตั้งนานแล้ว) เหลือแต่ข้าวไม่พร้อม
เหตุเพราะ ข้าวสวย หุงขึ้นหม้อ ขึ้นหม้อมากไปหน่อย
ขึ้นซะจนล้นทะลักออกมากันเลยทีเดียว - -*
 

แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดี ด้วยดีบ้าง ไม่ดีบ้าง
เริ่มแอบหงุดหงิดบ้าง เริ่มแอบกระทบกระทั่งในครอบครัวบ้าง -*-
เพื่อนม่อนแอบหิว นั่งซัดหอยคนเดียวไม่พูดไม่จา
 
 
ทุกอย่างก็ดำเนินกันต่อไป
จนความสมานฉันท์จากทุกฝ่ายกลับคืนมาอีกครั้ง
พวกเราเริ่มจัดตั้งพรรคเมาแล้วหลับกันอีกวาระหนึ่ง
เสียงข้างมากยังคงให้การสนันสนุนการกินเหล้า
ส่วนน้องกุ้งไม่ฝักใฝ่ที่จะกินเหล้า ขอเป็นเบียร์แทน - -*
Green Lable หมดไปตอนไหนไม่ทราบได้
เหลือเพียง เรดน้อยกลอยใจที่ทำหน้าที่รับใช้ปวงชน(ขี้เมา)ต่อ ในค่ำคืนนี้
 
 
ผมจำไม่ได้ว่า พวกเราคุยอะไรกันมั่งในคืนนั้น
จำได้เพียงมันเป็นบรรยากาศที่ดี ทุกคนสนุก เฮฮา
ไม่มีใครกินจนเมาหมดสภาพ ทุกคนกินเหล้า (ยกเว้นกุ้งกินเบียร์)
 

ไม่ใช่ให้เหล้ากิน
 

ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี
มีแอบหลอนเล็กน้อยถึงปานกลาง ก็ตรงจะเปลี่ยนบรรยากาศไปกินกันริมทะเล
แต่พูดกันไป พูดกันมาอีท่าไหนไม่รู้ น้องกุ้งเทอกลัวขึ้นมาซะงั้น
จากสาวมั่นใจเกินร้อย ถึงกับปากซีดกันเลยทีเดียว
เสียเวลาจุดเทียนอยู่ตั้งนาน ก็ต้องย้ายก้นกลับมา - -*
 
 
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาฉันใด วงไพ่ก็ย่อมมีวันถูกจับฉันนั้น(ไม่เกี่ยวแระ)
เวลาล่วงเลยมาจนถึงประมาณตี 3 ความง่วงก็เริ่มเล่นงานทุกคน
กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์และเมากันเป็นหมู่คณะในครั้งนี้
ก็ถึงเวลาต้องปิดฉากลงด้วยประการ ณ ฉะนี้
 
 
โบกมือลาเสียงเพลงครวญมา ต้องลาแล้วเพื่อน
(เอ่อ ไม่ใช่ล่ะ มาเที่ยวทะเล ไม่ได้มาเข้าค่ายลูกเสือ)
 
 
สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่สนุกแบบนันสต๊อบ ก็มันตั้งแต่ตี 3 ยันตี 3 นิค้าบพี่น้อง
แต่มันก็คุ้มนะสำหรับการอดนอนมาราธอนในครั้งนี้
คืนนั้นผมนอนหลับอย่างสบาย และหวังว่าทุกคนคงนอนหลับสบายเช่นกัน
 
 
 
วันอาทิตย์ วันกลับ
 
- ผมนอนลูกเดียว ตื่นมางัวเงีย ไปแปรงฟัน แล้วไปนอนต่อ(จะตื่นมาทำไม)
- เก็บของ ออกจากที่พัก แวะไหว้พระก่อนกลับ
- แวะกินข้าว แวะซื้อของฝาก แวะจอดพักรถ(จะแวะอะไรอีกไม๊)
- เป้เปิดผู้หญิง 5 บาป ผมอยู่ริมสุดมองไม่เห็น(อ้ากกกกก)
- เอ่อ ย้ายมานั่งรถเป้ ไหงมันเบียดกว่าตอนมาฟะ
- ถึงกรุงเทพประมาณ 6 โมงเย็น ยังฟิต กลับบ้านไปเตะบอลต่อ
 
เช้าวันจันทร์
 
- ฟิตมะออก ไข้ขึ้นกันเลยทีเดียว
 
วันอังคาร
 
- ป่วยชดเชยอีก 1 วัน
 
 
 
 
 
 
สถิติที่น่าสนใจของการไปเที่ยวทะเล 3 ครั้งล่าสุด
ของกลุ่มเพื่อนสมัยมหาลัยตั้งแต่ปี 49-51
 
 
ตั้งแต่ทริปเขากระโหลก เขาตะเกียบ เขาเต่า มีระยะห่างประมาณ 1 ปี
หมายถึง ปีละหนนั่นเอง
 
 
มีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่ไปครบทุกทริป นั่นคือ ม่อน ยุ้ย จัมป์ (ใจรักนะเนี้ย)
 
 
ทริปนี้เป็นทริปแรกที่มีน้องเพื่อน กับเพื่อนของเพื่อนไปด้วย
นั่นคือ น้องกุ้ง กับ กระแต
 
 
ทริปนี้เป็นทริปแรกที่ผมบนหัวของผมสั้น ปกติต้องฟูฟ่องสยองขวัญตลอด
 
 
3/30/2008

เขาเต่ารำลึก

 

 

 

 
เขาเต่าที่เก่า ป้าประไพคนเดิม
บ้านสีฟ้าสร้างสรรค์ เมาหมดสภาพอีกแล้วครับท่านนนน...

....

 
ทะเลครับทะเล
หน้าร้อนแบบนี้ การไปทะเลคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
สำหรับผม เขาเต่าครั้งนี้น่าจะประมาณครั้งที่ 4 เท่าที่จำได้
 
 
ครั้งแรกสมัยหนุ่มๆ เมื่อประมาณ  7 ปีที่แล้ว
รับน้อง ตอนปี 2 เป็นอะไรที่แบบโหด มันส์ ฮา บ้าสุดๆ
บ้าอย่างเดียวไม่พอครับพี่น้อง ต้องทุเรศด้วย
ถ้าใครได้ไปรับน้องในครั้งนั้นจะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
 
 
" ไอ้เหี้ย มึงทำไปด้ายยยยย "
 

ครั้งที่ 2 ก็รับน้องสาขาเหมือนกัน ปีไหนซักปีหลังเรียนจบไปแล้ว
แต่จำไม่ได้ล่ะว่าไปรับน้องรุ่นไหน
ครั้งที่ 3ไปกับที่ออฟฟิศเก่า ประมาณ 2 ปีที่แล้ว
จำได้ว่า ทั้งฮา ทั้งเมา ชิลๆ ตลอดงาน
http://i-here-yui.spaces.live.com/blog/cns!8D4572B71107DE!864.entry


ส่วนครั้งนี้เป็นทริปที่เหมือนปฎิบัติการสายฟ้าแลบ
คือ ไม่มีการนัดกันล่วงหน้า 3-4 เดือนเหมือนแต่ก่อน
มันเกิดจากเพื่อนคนนึง พูดขึ้นมาว่า อยากไปทะเลว่ะ
แล้วก็ชวนเลย มึงไปไหม มึงว่างไหม รอบนี้จึงไม่มีคำว่า
 
 
" ดูก่อนนะ " ให้ปั่นป่วนหัวใจ
 
 
คำตอบจึงมีเพียง yes หรือ  no
ใครใคร่ไป ไป  ใครไม่ว่างจริงๆ ก็เอาไว้ทริปหน้า
เมื่อนับคนตอบที่ yes และแล้วการเดินทางก็เกิดขึ้น..
 

ทะเลจ๋า กูมาแว้วววว
 

ตี  3.30 นาที โดยประมาณ เป็นเวลาล้อหมุน
พวกเราออกเดินทางกันด้วยนิสสัน เอ็นวี
มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง คือ เขาเต่า
ด้านหน้านั่งกันได้ 5 คน
 

ด้านหลังพร้อมเพียงด้วยอุปกรณ์สร้างความสำราญครบครัน
ถังน้ำแข็งยัดเบียร์จำนวน 12 ขวดถ้วน Red 1 ขวด โซดา 1 ลัง
ขนมนมเนยไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วที่ขาดไม่ได้เลย พระเอกของงานนี้
Green label อภินันทนาการ จากเพื่อนจัมป์
รสชาติกลมกล่อม นุ่มชิวหาเป็นนักหนา
ทางเพื่อนๆ ขอกราบขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ด้วย
โอกาสหน้า ผมคงต้องเลี้ยงขอบคุณมันครั้งใหญ่ด้วยแสงโสม
 
 
เมื่อวางของเรียบร้อยดีแล้ว กระบะหลังจะเหลือพื้นที่ประมาณ 4 แมวดิ้น
มันค่อนข้างคับแคบ แต่ จำเป็นต้องยัดชายฉกรรจ์ 3 คน
กับอีก 1 สาว ที่สามารถเปิดเผยชื่อได้คือ น้องกุ้ง
 
 
กุ้งเป็นน้องสาวของเพื่อนเน เป็นครั้งแรกที่หลงผิดไปเที่ยวกับพวกเรา (555)
กุ้งเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารัก แต่ขี้เมา (เมาแล้วคุยเก่ง)
เทอเปรียบเสมือนน้ำจิ้ม ที่เพิ่มรสชาติ เพิ่มสีสันให้กับการเดินทาง
เพราะลำพังชายขี้เมานั่งคุยกัน กินเหล้าไป
มันคงคุยสนุกสนาน ไม่เท่ากับมีสาวน่ารักร่วมวงเป็นแน่แท้
ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนเนที่มีน้องสาวน่ารัก มา ณ โอกาสนี้ด้วย
 
 
เบียร์ขวดแรกถูกเปิดและรินแจกโดนทั่วกัน หลังจากรถเริ่มเคลื่อนตัว
ขนมห่อแรกก็ถูกเปิดตามมาติดๆ พร้อมกับการสนทนากันเป็นระยะๆ
 
 
เมื่อขับผ่านมาถึงประมาณ สมุทรสาคร เพื่อนจัมป์ก็พูดขึ้นมาว่า
มันชอบที่จะนั่งรถกระบะมากกว่ารถเก๋ง เหตุผลเพราะว่า
มันได้สัมผัสกับสายลมที่มากระทบหน้า และ ได้กลิ่นของธรรมชาติ
ได้รู้สึกถึงบรรยากาศของการเดินทาง
 
 
ซักพักเท่านั้นแหละ พวกเราก็ได้สัมผัสกับกลิ่นของธรรมชาติกันแบบเต็มๆ
มันพัดโชยมาตามสายลม เป็นกลิ่นธรรมชาติที่หลากหลาย
เป็นกลิ่นธรรมชาติที่แม่ไม่ปลื้ม ผมก็ไม่ปลื้ม ทุกคนก็ไม่ปลื้ม
มันมีแพคเกจหลายกลิ่น ไม่ว่าจะเป็น
กลิ่นขี้หมูจากรถขนหมู กลิ่นคาวปลาจากโรงงานทำน้ำปลา
เป็นกลิ่นธรรมชาติที่สามารถทำลายสมรรถภาพทางการรับกลิ่นของผมได้เลยทีเดียว แสดดด
 
 
เบียร์ถูกเปิดต่อไปอีกหลายขวด มาพร้อมกับความเมื่อย
จากการนั่งที่เบียดเสียดแทบจะขยับขาไม่ได้
ความง่วงและความล้าก็ตามมาติดๆ บางคนหลับ
ส่วนตัวผมเองก็พักสายตาบ้าง กับพลางนั่งมองแสงไฟของ 2 ข้างทาง
เกือบจะเช้าแล้ว ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชม 30 นาที
พวกเราก็มาถึงจุดหมายปลายทางเสียที
 
 
ง่วงแล้วอ่ะ ไปนอนก่อนละกันค่อยอัพต่อ - -*
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
2/24/2008

สบายดี

 

 

กราบสวัสดี มิตรรัก แฟนสเปซทุกท่านนนนน
หลังจากห่างหายจากการอัพสเปซไปเสียนาน
เนื่องด้วยติดภารกิจหลายๆอย่าง ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาอัพ
แต่ถึงกระนั้น หัวใจดวงน้อยๆของยุ้ย
ก็เฝ้าคิดถึงมิตรรัก แฟนสเปซไม่เคยสร่างซา
 
วันนี้ไอ้ยุ้ยคนเก่า ขี้เมาคนเดิม
กลับมารับใช้มิตรรัก แฟนสเปซกันอีกครั้ง
หวังไว้เสมอว่า มิตรรัก แฟนสเปซ ก็ยังคงรัก และคิดถึงกันอยู่เสมอ
รักยุ้ยคนนี้ไม่ต้องเยอะนะครับท่าน แต่ขอให้รัก ยุ้ยคนนี้กันนานๆ
 
เพียงเท่านี้ ยุ้ยคนนี้ ก็ปลาบปลื้มใจ จนเล็บขบแล้วครับท่าน
 
และเพื่อเป็นการยืนยันว่า....
มิตรรัก แฟนสเปซ ยังคงรักและให้การต้อนรับกันอยู่เสมอออออ
ขอเสียงดังๆ ให้ไอ้ยุ้ยคนเก่า ขี้เมาคนเดิม ได้คลายคิดถึงกันหน่อยเร้ววววววววว....
(ทำท่ายื่นไมค์ให้)
 
 
ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยย
 

....
 
(- -")
 
แหมมม.... พร้อมใจกันเลยทีเดียว - -*
ได้ยินมิตรรัก แฟนสเปซ รักและคิดถึงมากมายขนาดนี้
เพียงเท่านี้ ยุ้ยคนนี้ ก็ปลาบปลื้มใจ จนไขข้ออักเสบแล้วครับท่านนนนน T T
(แง้ ๆๆ ใครๆก็ไม่รัก ไปผูกคอตายใต้ต้นพริกก็ได้ฟระ)

พอดีฟ่า..
เด่วคนอ่านจะติดเชื้อบ้าตามไปกันหมด
 
ก็สบายดีครับพ่อแม่ พี่น้อง
ก็ยังศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา เหมือนเดิม
555 ไม่ถึงขนาดนั้น เอาเป็นว่าเพื่อนไป กูก็ไป
 
ส่วนเรื่องงานก็คงเรื่อยๆอยู่ คิดว่าฝึกฝีมือไป
แต่คงเป็นรูปเป็นร่าง และจริงจังมากขึ้นในเร็วๆนี้
 
ไปดูชอคโกแลตมาแระ
ถามว่าไปดูกะใคร ไปดูคนเดียวเนี้ยแระ
อยากดูน้องจีจ้า เล่นจริง เจ็บจริง
(ลงทุนนะเนี้ย ปกติจะเช่าแผ่นมาดู)
หนังก็โอนะ ยกนิ้วให้ว่า จีจ้า น่ารักจริง เตะเก่งจริง
แต่ตินิดนึงตรงที่บางฉาก ก็จัดฉากเกินไป
กับแอคชั่นบางฉากที่มันแข็งๆ ดูขัดๆอ่ะ
 
ทิ้งท้ายกันนิดนึง
ใครที่มีดวงจะต้องเดินทางไกลในวันนี้
ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ แล้วก็ขอให้เข้มแข็งและอดทน
รับรองไปโลดแน่ ฟันธงง ^^